13.คลินิกการลงทุน

ไปเที่ยวก็เป็นการลงทุนได้

ถาม เพื่อนๆ ไม่คิดเก็บเงิน มีเงินเท่าไรก็เที่ยวจนหมด จะบอกเขาทำไงดีให้เก็บเงิน
ตอบ บางคนไม่เก็บเงินตอนต้นๆ เลย เพราะเขาเชื่อว่า เดี๋ยวเขาก็หาได้ หาได้ ง่ายๆ และหาได้มากเสียด้วย เราคงบอกอะไรเขาไม่ได้เพราะแต่ละคนคิดต่างกัน ที่สำคัญ กว่าก็คือ

เขาควรเข้าใจความสำคัญของการป้องกันตนเองไม่ได้ตกไปอยู่ในสถานะที่ไม่มี เงินเก็บเลย จนกระทั่งพอต้องการเงินฉุกเฉินก็ไม่มีทางออก นอกจากเป็นหนี้

เขาควรเข้าใจพลังของดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าจะไม่สนใจเก็บเงินวันนี้

คนชอบเที่ยว ถ้าเปลี่ยนมุมมองของการไปเที่ยวแค่สนุกสนาน เอามัน เอาไว้คุย กันเล่น ก็อาจจะแปรการไปเที่ยวจากการบริโภคเป็นการลงทุนได้ เพราะได้ประสบการณ์ หรือได้มุมมองดุจการศึกษานอกห้องเรียน เช่น บางคนกลายเป็นผู้ประกอบกิจการนำ เที่ยว เป็นผู้ผลิตภาพยนต์สารคดีพาเที่ยว เป็นนักเขียนเรื่องท่องเที่ยว ถ้าเป็นสถาปนิก หรือเป็นผู้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม กระทั่งผู้ประกอบการด้านอื่นๆ ก็อาจจะได้ไอเดียดีๆ จากการได้เห็น ได้สัมผัสของจริงจากต่างแดน แล้วนำมาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการที่ เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

ขอเพียงเที่ยวแล้วเก็บประสบการณ์มาใช้ คือตั้งเป้าออมเงินเพื่อเที่ยว พร้อมกับ ตั้งเป้าหมายชีวิตไปพร้อมๆ กัน ยิ่งถ้ารู้จักลงทุนเงินออมเพื่อให้เงินงอกเงยได้ ก็จะเที่ยว ได้บ่อยๆ เที่ยวได้นานๆ เที่ยวได้ไกลๆ



ถ้าอยากรู้ว่า เป็นหนี้แล้วกี่ปี หนี้จะทับทวีเป็นเท่าตัว ให้เอาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปหาร 72 เช่น กู้บัตรเครดิต ดอกเบี้ย 20% ต่อปี เงินที่ต้องใช้หนี้จะเป็น 2 เท่าใน 3.6 ปี

ถ้าเป็นหนี้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน คิดเร็วๆ แบบเอา 12 คูณ เพื่อ แปลงต่อเดือนเป็นต่อปี ได้ 36% เงินที่ต้องใช้หนี้จะเป็น 2 เท่าใน 2 ปี

ถ้าจะลงทุน เรามักคิดอยากได้เงิน 2 เท่าในจำนวนปีที่เราตั้งใจไว้ เช่น 10 ปี จึงมี คำถามว่า จะต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเท่าใด จึงจะได้ตามที่ต้องการ ให้เอา จำนวนปีไปหาร 72 จะได้คำตอบว่า ต้องหาผลตอบแทนให้ได้ 7.2 % ต่อปี แบบนี้รอเงินฝากธนาคารคงไม่มีหวัง คนที่อยากได้เงินต้องรู้จักศึกษาและหาลู่ทางลงทุนอื่น ที่เคยกลัวหุ้นก็อาจจะหายกลัวไปบ้าง เพื่อ ให้ได้เงินตามเป้า

อายุน้อย ลงทุนในหุ้นได้มาก

ถาม อายุ 35 ปี เป็นข้าราชการสมาชิก กบข. ไม่มีเวลาดูแลเงินเอง และ ไม่มีความรู้ด้านลงทุน ควรเลือกว่าเงินที่ออมเองจะลงทุนแบบมาตรฐานของกองทุน หรือเลือกสัดส่วนการลงทุนตามอายุที่ทางสำนักงานจัดไว้ให้ ซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตาม อายุที่เปลี่ยนไป แบบหลังนี้ เงินลงทุนในหุ้นสูงกว่าแบบแรก

ตอบ อายุเท่านี้ ควรเลือกสัดส่วนการลงทุนที่มีหุ้นมากๆ ดังนั้นเลือกลงทุน แบบใช้สัดส่วนการลงทุนตามอายุ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากหุ้นที่มีโอกาสได้ผลตอบแทน สูงกว่าในระยะยาว ให้เวลาตัวเองสัก 10 ปี คอยติดตามผลการลงทุนเอาไว้

เมื่อได้ผลตอบแทนเกิน % ที่ตั้งใจไว้ เช่นได้สักเท่าตัว จะออกจากการลงทุน แบบนี้ ไปเข้ากองทุนที่ลงทุนตามมาตรฐานต่อไป ก็ได้



เฉลี่ยต้นทุนหุ้น

ถาม อายุ 40 ปี รับราชการ ได้เงินเดือน 2 หมื่นบาท ตอนนี้ได้เงินก้อนที่ไม่คาด ฝันมาจากการตกเบิก 1 แสนกว่าบาท ควรเอาไปลงทุนอะไรดี

พ่อแม่มีบ้านอยู่นอกเมือง ตอนนี้อยู่คอนโดในเมือง ซื้อด้วยเงินกู้จากญาติผู้ใหญ่ ที่ให้ผ่อนชำระตามกำหนด โดยไม่คิดดอกเบี้ย มีรถยนต์ของตนเอง

ตอบ ประเมินจากข้อมูลได้ว่า เงิน 1 แสนบาทไม่ถึง 10% ของสินทรัพย์ของ ครอบครัวและตนเอง และมีรายได้ที่สม่ำเสมอแล้ว มีสวัสดิการรักษาพยาบาลพอเพียง หนี้ ที่ดอกเบี้ยสูงก็ไม่มี จึงคิดว่าน่าจะนำเงินที่ได้ตกเบิกมา ไปลงทุนในหุ้น ถ้าทดสอบแล้วว่า ไม่ใช่คนที่หวั่นไหวไม่สบายใจวิตกกังวลมากมาย ถ้าเจอสภาวะหุ้นที่ขึ้นบ้าง ตกบ้าง

วิธีลงทุนในหุ้นทำได้ 2 วิธี

1) เลือกหุ้นรายตัว เลือกบริษัทที่คิดว่าแม้เศรษฐกิจของประเทศจะมีปัญหาหนัก หนา แต่บริษัทจะยังอยู่รอดได้ ถ้านึกไม่ออกก็ลองเลือกบริษัทจดทะเบียนใตลาดหลัก ทรัพย์มาเรียงๆดู ตัดเอา 5 อันดับแรกที่คิดว่าดี เฝ้าดู ตัวเลข P/E (price/earnings) ของ บริษัทนั้น ถ้าต่ำลงมาถึง 11 เท่า ค่อยเริ่มซื้อ ระหว่างนี้ก็เอาเงินไปฝากธนาคารไว้หรือซื้อ กองทุนรวมแบบที่ลงทุนในตลาดเงิน ที่ขายคืนได้ทุกวันเอาไว้ก่อน เพื่อรอจังหวะ

เวลาซื้อ ให้ค่อยๆ ทยอยซื้อ เวลาจะขายก็ต้องดูว่า P/E ของบริษัทเคลื่อนไหว สูงเกินที่ซื้อมากเกินไปหรือยัง เพื่อเปลี่ยนไปลงทุนในบริษัทอื่น หรือรอเวลาให้ P/E ตกลง มาเสียก่อนแล้วจึงซื้อใหม่ แบบนี้เสียแต่ค่าธรรมเนียมซื้อขายต่อครั้ง ไม่ต้องเสียค่าบริหาร จัดการกองทุนที่เก็บเป็นประจำ

2) เลือกวิธี ฿ cost average คือเฉลี่ยลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนใน หุ้น เดือนละเท่าๆ กัน เช่น เดือนละ 5,000 บาท หรือ 1 หมื่นบาท เพื่อความสบายใจของ คนลงทุนในหุ้นเป็นครั้งแรก ควรเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ระบุนโยบายว่า จะนำเงินไป ลงทุนหุ้นตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) เช่น หุ้นSET 50, SET 100 หรือไม่เช่น นั้น ก็เลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ๆ ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ เป็นต้น