2.วงจรชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

สำหรับคนเราทุกคน วงจรชีวิตสำคัญๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการพึ่งพาตนและผู้อื่นทางด้านเงิน มักเป็นดังนี้

ระยะที่ 1 ตั้งแต่เกิดจนถึงเวลาที่เริ่มหารายได้

เมื่อเกิดมาจะมีพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่เป็นผู้เลี้ยงดู นั่นเป็นระยะที่เราไม่มีรายได้ เป็นของตัวเองมีแต่รายจ่าย เราต้องพึ่งเงินของผู้อื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดมาได้ ระยะนี้กินเวลาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเรียนหนังสือจบแล้ว เริ่มหางานทำมีรายได้เป็นของตนเอง

ระยะที่ 2 วัยทำงาน

วัยทำงานเป็นวัยที่หาเลี้ยงตนเอง หาเลี้ยงครอบครัววัยนี้ บางคนสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับระยะที่ 3 ของชีวิตได้ แต่บางคนก็ทำไม่ได้

ระยะที่ 3 วัยชรา หรือวัยทอง

ในวัยนี้ ผู้ที่สร้างหลักฐานให้ตนเองได้ ทั้งทางด้านสมอง จิตใจและทรัพย์เป็นที่พึ่งของตนเองและเป็นที่พึ่งของลูกหลานได้ ทั้งในด้านกำลังเงินและการให้ข้อคิดให้ความรู้ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อบุตรหลานและผู้ที่ด้อยอาวุโสกว่าเป็นผู้ชราที่มีค่าแม้ว่าจะไม่อยู่ในวัยทำงานเต็มเวลาแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่สร้างหลักฐานให้ตนเองไม่ได้ กลายเป็นภาระของลูกหลาน หรือสังคมต่อไป

ในสามช่วงเวลาแห่งชีวิตนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายประการ ทั้งในสังคม ไทยและในสังคมโลก แยกดูแต่ละช่วงของอายุได้ดังนี้

วัยเยาว์

คนในสมัยก่อน ไม่ต้องเรียนหนังสือสูงนักก็เริ่มทำงานแล้ว เด็กๆ สามารถช่วยทำงานในไร่นาในร้านค้าหรือช่วยงานง่ายๆ ในกิจการของครอบครัวได้ แต่ว่าเมื่อการผลิตสลับซับซ้อนขึ้น และการทำงานต้องการความรู้อย่างเป็นทางการที่สูงขึ้นแต่ละคนใช้เวลาในวัยเรียนนานขึ้นกว่าแต่ก่อน จากจบประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วทำงานได้ จำเป็นต้องจบระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และต่อไปก็ต้องจบมัธยมศึกษาเป็นอย่างต่ำ

ในประเทศที่มีการพัฒนาสูงกว่าเรา ระดับการศึกษาของคนงานนับเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนงานมีรายได้สูงขึ้นเพราะทำงานได้ผลผลิตมาก และการศึกษายังเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาการผลิตเพื่อการแข่งขันในโลกยุคปัจจุบัน

เมื่อต้องการการศึกษาสูง การใช้เงินออมของผู้อื่นเพื่อมาช่วยในช่วงแรกของชีวิตก็สูงขึ้น ดังนั้นเด็กสมัยนี้จึงใช้เงินออมของบิดามารดา ผู้ปกครองสูงกว่าเด็กสมัยก่อนและใช้นานกว่าเด็กสมัยก่อน ในขณะเดียวกันก็ทำให้วัยที่เริ่มทำงานช้าลง

วัยทำงาน

หากว่าเราจะออมเงินในช่วงวัยทำงานไว้ใช้ในวัยชราให้พอเพียงแล้ว เราต้องคิดถึงการออมและต้องออมให้มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้าเราด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน คือ
1. เรามีวัยทำงานที่สั้นกว่า
ถ้าเราเลิกทำงานอย่างเดิมคือเมื่ออายุ 60 ปี และถ้าคนสมัยก่อนกับคนสมัยนี้ มีชีวิตอยู่ทำงานจนถึงเวลาเกษียณอายุเหมือนๆ กันคนสมัยใหม่จะทำงานด้วยจำนวนปีที่น้อยกว่าเดิม เพราะใช้เวลาในการศึกษานานกว่าคนสมัยก่อน
2. เรามีลูกน้อยลง
คนสมัยใหม่มีลูกช้ากว่าเดิมเพราะเรียนหนังสือนานและแต่งงานช้าลง รวมทั้งให้เวลาในการสร้างหลักฐานให้ชีวิตนานกว่าเดิมก่อนที่จะคิดมีลูกและมีลูกน้อยคน
ถ้าคิดว่าลูกเป็นภาระ คนสมัยนี้อาจจะมีภาระเลี้ยงลูกน้อยคนลงแต่มีภาระในการศึกษาลูกต่อคนมากกว่าเดิม ความต้องการใช้เงินเพื่อลูกอาจจะไม่ได้ลดลงเลย
ถ้าคิดว่าลูกเป็นทรัพย์สินที่ช่วยหารายได้และเป็นหลักประกันในวัยชราของตนเอง คือช่วยเลี้ยงดูทั้งด้วยการให้เวลาและช่วยด้านการเงิน การมีลูกน้อยคนทำให้หลักประกันด้านนี้ลดลงจนไม่ควรคิดที่จะพึ่งพาลูกในด้านนี้
3. เราอาจจะออกจากงานเร็วขึ้น
คนบางคนอาจจะอยากมีเวลาใช้ชีวิตในด้านอื่นมากกว่าการทำงานเต็มเวลาไป จนอายุ 60 ปี
คนบางคนอาจจะประสบกับสถานการณ์ให้ต้องเลิกทำงานก่อนอายุ 60 ปี ด้วยนโยบายของบริษัท ด้วยการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมในการทำงาน ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใด การเลิกทำงานเร็วขึ้นทำให้ช่วงเวลาการหารายได้สั้นลง

วัยชรา

เป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญยิ่งว่าคนเราอายุยืนขึ้น ประชากรผู้สูงวัยมีสัดส่วนสูงขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้นคนสูงอายุต้องดูแลตนเองมากขึ้น
ข้อมูลเพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานทุกคนต้องออมให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้มีเงินพอใช้ในวัยชราที่ไม่ได้มีราย ได้จากการทำงานประจำแล้วและจำเป็นต้องคิดวิธีทำให้เงินออมงอกเงยให้มากขึ้นด้วยเพื่อให้สามารถมีเงินใช้ในวัยชราเป็นอิสระทางการเงินเพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ไม่ต้องพึ่งผู้อื่นด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งลูกหลานหรือสังคม



ในเรื่องการดูแลคนในวัยเยาว์สังคมบางสังคมสร้างระบบเอาไว้เสริมสถาบันครอบครัวด้วย เช่น ในบางประเทศรัฐให้เรียนหนังสือฟรีจนจบอุดมศึกษา หรือบางประเทศสร้างเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารเงินทุนให้ผู้เยาว์ คือปู่ย่าตายาย หรือญาติผู้ใหญ่บางคนอาจมอบเงินให้ไว้เพื่อการศึกษาของเด็ก ในรูปของการตั้งทรัสต์ให้ ด้วยวิธีนี้ ผู้ให้เงินก็มั่นใจว่าเงินนั้นไปถึงเด็ก และได้ใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้ คือทำให้เด็กมีเงินของตนเอง สำหรับใช้ในการศึกษาจนกระทั่งถึงวัยทำงาน โดยทางทรัสต์ทำหน้าที่ดูแล บริหารเงิน และส่งเงินให้เด็กตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้โดยผู้ตั้งทรัสต์ เงินนี้ พ่อแม่ของเด็ก ไม่สามารถนำไปใช้ในการอื่นได้ และเด็กจะได้เงินก้อน ก็ต่อเมื่อถึงวัยและเวลาตามเงื่อนไข ที่ผู้ตั้งทรัสต์ได้ระบุไว้เท่านั้น นอกจากนี้ยังอาจมีวิธีการอื่นๆอีก

สำหรับในวัยชรา การประกันสังคมมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้ได้บ้างแต่ก็ยังไม่พอเพียงจะทำให้อยู่อย่างสบายในวัยเกษียณ แนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกในระยะนี้ก็คือ รัฐบาลหันมาเน้นการออมของผู้อยู่ในวัยทำงานทุกคน เพื่อให้ประชาชนแต่ละคนมีเงินใช้อย่างสบายในวัยเกษียณโดยทางรัฐบาลบังคับให้ออมและให้สิ่งจูงใจในรูปของภาษี และโครงการการออมต่างๆ เพื่อให้มีเงินออมระยะยาวมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายและรายได้แบ่งตามช่วงวัย