8.ศัตรูของเงินออม

มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว แผนการต่างๆ ก็เตรียมไว้แล้วอะไรๆก็ดูน่าจะราบรื่นดี แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ แล้วเจ้าตัวปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ก็วิ่งกันให้วุ่นอยู่ในแผน ทำให้ ไปไม่ถึงเป้าหมายเสียที

เพื่อไม่ให้แผนการที่อุตส่าห์วางไว้ต้องล่มไปเพราะอุปสรรคต่างๆ ก่อนจะเริ่ม ลงมือทำตามแผน เรามาทำความรู้จักกับศัตรูตัวร้ายของเงินออม เพื่อเตรียมรับมือกับมันเสียก่อนดีกว่า

ศัตรูตัวแรก คือ เงินเฟ้อ

เงินเฟ้อเป็นศัตรูของเงินออมตรงที่เป็นตัวบั่นทอนค่าของเงิน เช่น ปีที่แล้วกางเกง ตัวละ 100 บาท ถ้าอัตราเงินเฟ้อ 5% พอปีหน้า จะซื้อกางเกงตัวเดิมด้วยเงิน 100 บาท ไม่ได้แล้ว เพราะราคาขึ้นไป เป็นตัวละ 105 บาทเสียแล้ว นั่นคือค่าของเงินน้อยลง ฉะนั้นถ้าการลงทุนเพื่อให้การออมของเราได้อัตราผลตอบแทนเท่ากับอัตราเงินเฟ้อ คือ 5% หมายความว่า 5 บาทที่เพิ่มขึ้นมานั้น เอาไปหักลบกลบกับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากจะ ไม่กำไรแล้วยังขาดทุนด้วย

ศัตรูตัวนี้เรากำจัดไม่ได้ เพราะเกิดขึ้นจากระบบการเงินไม่ใช่เกิดจากผู้ออม แต่ เราสามารถเอาชนะได้ด้วยการลงทุนให้อัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ สูงกว่าเท่าไร ก็ได้กำไรมากขึ้นเท่านั้น เช่น บางคนลงทุนได้อัตราผลตอบแทน 10% ก็ดีใจ คิดว่าปีหน้าจะมีเงินเพิ่มขึ้นถึง 10% ปรากฏว่ามาดูอัตราเงินเฟ้อเป็น 12% แทบลมจับ เพราะจาก 10% ที่คิดว่าจะได้เพิ่มมากกลับหายไป 2% เสียนี่ แต่ถ้าอัตรา เงินเฟ้อ เป็น 7% ยังพอดีใจได้ว่าเราชนะเงินเฟ้อได้อยู่ 3%



ในช่วงทศวรรษ 2520 มีบางปีที่อัตราเงินเฟ้อสูงมากและมากกว่าอัตราดอกเบี้ย เงินฝากประมาณ 10% เกิดข้าวยากหมากแพงประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่ว แต่จาก นั้นอัตราเงินเฟ้อก็เริ่มลดลง เป็นเวลากว่าเกินกว่า 10 ปี ที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ช่วงนั้นผู้ฝากเงินสบายใจว่าดอกเบี้ยที่ได้มาไม่ถูกอัตราเงินเฟ้อ หั่นจนถึงกับขาดทุน แต่บางปีถึงจะไม่ขาดทุนก็ได้กำไรไม่มาก แค่ปริ่มๆ จึงมีโอกาส เสมอที่เงินเฟ้อจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะฉะนั้นก่อนจะวางแผนหรือลงทุนอะไร ควรจะตรวจสอบเจ้าศัตรูตัวร้ายนี้ให้ดีเสียก่อนจะได้ไม่ดีใจเก้อ และควรจะต้องเหลียว มองรอบตัว เปิดหู เปิดตาและเปิดใจ หาช่องทางการลงทุนหลายๆ ทาง เพื่อแข่งกับ เงินเฟ้อให้ได้

ศัตรูตัวที่ 2 คือ ความไม่มีวินัยในการออม

ศัตรูตัวนี้ต่างไปจากเงินเฟ้อตรงที่เกิดขึ้นจากตัวเราเอง เป็นศัตรูที่เรากำ�จัดได้ แต่ กำจัดยาก เพราะส่วนใหญ่จะถูกปลูกฝังมาเป็นนิสัย ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่สามารถ บังคับตัวเองให้ทำตามแผนได้ เป็นเจ้าตัวร้ายที่จะทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายการออม

คนที่มักเป็นอย่างนี้ ต้องนึกไว้ว่าถ้าไม่มีวินัยในการออมจะลำบากตอนแก่ เพราะฉะนั้นต้องออมให้เป็นนิสัย เป็นกิจวัตร เหมือนที่ต้องอาบนํ้า กินข้าว ไปทำงาน ฯลฯ และต้องหมั่นทบทวนสำรับของตัวเองอยู่เสมอ จากที่เคยผัดวันประกันพรุ่ง ชอบบอกตัวเองว่าวันนี้ขอเอาเงินไปใช้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยออมเพิ่มเป็น 2 เท่า ขอให้นึก ใหม่ว่าถ้าคุณพูดกับตัวเองอย่างนี้ไปตลอดสัปดาห์ พอสิ้นสัปดาห์ คุณต้องเก็บเงินถึง 7 เท่า จากเงินที่ต้องเก็บทุกวัน...อย่าให้ใน 1 สัปดาห์ของคุณ มีวันที่ต้องลำบากอย่างนั้น อยู่เลยดีกว่า

ศัตรูตัวที่ 3 คือ ความอยาก

ความไม่มีวินัยในการออมมีฝาแฝดคือ ความไม่มีวินัยในการใช้เงิน หรือความ อยาก ซึ่งเป็นตัวยุยงส่งเสริมตัวเอ้ให้หยุดออม คือพอมีเงินแล้วก็อยากได้โน่นอยากได้นี่ ไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด สมัยนี้มีบัตรเครดิตสารพัดแบบล่อใจให้อยากได้โน่น อยากได้นี่ แล้ว ความอยากก็กระตุ้นให้รูดก่อนจ่ายที่หลัง แบบนี้เงินออมก็ไม่ได้เก็บ แถมก่อหนี้ด้วยการ เอาเงินวันข้างหน้าถอยกลับมาใช้วันนี้เสียอีก

ทางยับยั้งความอยาก ยับยั้งได้ที่ตัวเองเพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากใจตัวเอง

อย่างแรกคือต้องมีสติ ถ้ารูดบัตรเครดิตไป แล้วไม่มีเงินใช้ตามกำหนด ก็จะมี ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบานเบอะตามมาเป็นของแถมที่ท่วมทับเงินต้น และกัดกินเงิน ออมได้รวดเร็วเหลือเชื่อ

แต่ข่มใจก็แล้ว ไม่คิดก็แล้ว ก็ยังอยากได้จนทนไม่ไหว ควรตั้งเป็นแนวทาง ว่า เราจะไม่หยิบเงินออมออกมาใช้ ไม่หยิบบัตรเครดิตออกมารูด จะใช้เฉพาะดอกผลของ เงินออม คืออย่าใช้เงินที่เราหามาจนหมด ให้ใช้เงินนั้นเป็นตัวหาเงินมาให้เราก่อน เทียบ ได้กับผู้บริหารใช้คนทำงาน แต่นี่เป็นเงินของเรา เราจึงต้องคิดใช้เงินให้ทำงานให้เรา โดยกำหนดหน้าที่ (Job description) ให้เงินว่า ต้องไปลงทุนอะไร อย่างไร เพื่อจะ หาเงินมาได้เท่านี้ๆ แล้วเอาส่วนที่หาได้เพิ่มนี้มาใช้แทน หรือดียิ่งกว่านั้น คือใช้เฉพาะ ส่วนที่หามาได้เกินเป้าหมายเท่านั้น เป็นการให้โบนัสกับตัวเองแบบหนึ่ง ข้อดีของวิธี การนี้ นอกจากจะไม่ทำให้สำรับเงินออมของเราต้องเสียไปแล้ว เผลอๆ กว่าจะได้เงิน มาใช้ (เรื่องการออม ดูหมวด “แบ่งงานให้เงิน”) คุณอาจจะหมดความอยากไปแล้วก็ได้ เลยได้เงินออมเพิ่มไปด้วย

ศัตรูตัวที่ 4 คือ ความโลภ

พุทธศาสนาบอกว่าตัณหาหรือความอยากเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ความโลภเป็น ตัณหาที่ทำลายแผนการออมเงินให้พังทลาย ถึงขั้นทำลายชีวิตของผู้ออมได้

พูดกันจริงๆ ถือว่าตัวนี้เป็นศัตรูตัวร้ายที่สุดก็ได้ เพราะเป็นสาเหตุใหญ่ ประการหนึ่งที่ทำให้เป้าหมายการออมเสียไป บางคนโลภมากอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ ไปลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงจนหมด โดยไม่ดูว่าตัวเองจะรับความเสี่ยงเหล่านั้นได้เท่า ไหร่ เหมือนคนเล่นการพนันพอเล่นได้ก็ติดใจ ทุ่มเงินเล่นไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงเวลาจะ เสีย ก็กินเงินส่วนที่ออมไว้ไปจนหมด ต้องกลับมาเริ่มต้นออมแบบนับหนึ่งใหม่

การใช้เงินไปลงทุนเพื่อหาเงินเพิ่ม ถ้าลงทุนด้วยความโลภโอกาสเสียจะมีมาก เวลาลงทุนจึงต้องตั้งสตินึกถึงสำรับของตัวเองให้ดีว่าต้องการทำอะไร เท่าไหร่ และที่ ต้องพึงนึกไว้ตลอดเวลาคือยิ่งอยากได้ผลตอบแทนสูงเท่าไร ก็มักจะนำเงินไปลงทุนที่มี ความเสี่ยงสูงขึ้นเท่านั้น ต้องรู้จักคำว่าพอ โดยมองเลยไปถึงว่า ถ้าเสี่ยงต่อไปแล้วเกิด โชคไม่ดี ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร รับได้ไหม คงช่วยบรรเทาความโลภได้บ้าง

ถึงแม้ว่าเรากำจัดศัตรูทั้ง 4 อย่างได้แล้ว คือออมเงินอย่างมีวินัย ใช้เงินจาก เงินเพิ่ม ลงทุนตามสำรับที่จัดไว้ โดยได้ผลตอบแทนมากกว่าอัตราเงินเฟ้อ แต่ถ้าอยู่ๆ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงินขึ้นมา ก็ทำให้เงินออมของเราหายไปได้เหมือนกัน

ศัตรูตัวที่ 5 คือเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บ ไข้ได้ป่วย ขึ้นโรงขึ้นขึ้นศาล ไฟไหม้ รถชน และเรื่องต่างๆ ทั้งหลายที่อยู่นอกเหนือ แผนการใช้เงิน

มีหลายคนที่เงินออมตลอดชีวิตหายเกลี้ยง เพราะเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากเรา ไม่รู้ว่า เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร เกิดแล้วแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ไขได้ยาก ทางที่ดีที่สุด คือ รักษาสุขภาพตัวเองให้ดี ระมัดระวัง รอบคอบ อย่าให้เกิดเหตุ แต่ถ้าเรื่องมันต้อง เกิด ทางป้องกันไม่ให้เงินออมต้องเสียไปกับเรื่องนี้ คือการทำประกัน อย่างน้อยที่สุด ควรมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพของเราเองเพราะเรื่องชีวิต เรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องที่ รอไม่ได้ ถ้าทำประกันไว้จะได้ปลอดภัยทั้งชีวิตและเงินออม

ภาษิตจีนว่าไว้ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง เมื่อตั้งเป้าหมายการ ออมและจัดสำรับของตนเองไว้เรียบร้อย มาบทนี้ก็รู้จักแล้วว่าศัตรูของเงินออมคืออะไร และจะรับมือได้อย่าไร ถึงตอนนี้ คุณพร้อมแล้ว....เตรียมใส่เกราะออกรบได้เลย

เงินเฟ้อ...ต้นทุนแฝงของการออมเงินที่ไม่ควรมองข้าม